22 พ.ค. 53 :
โตแล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็ก โตแล้วแต่ก็ยังนอนตื่นสาย โตแล้วแต่ก็ยังทำกับข้าวไม่เก่ง โตแล้วแต่ยายกับตาก็ยังซักผ้าให้
นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนที่โตแล้วอย่างเรา ไม่ว่าจะโตแค่ไหน แก่ปานใด เราก็ยังเป็นเด็กสำหรับที่บ้านเราเสมอ
เราเพิ่งกลับมาจากอยุธยา เดินเข้าบ้านมาเห็นเสื้อผ้าของเราวางเรียงกันไว้บนเก้าอี้ไม้ยาว เสื้อผ้าทุกตัวมีไม้แขวนติดอยู่ และทุกไม้แขวนมีไม้หนีบ 2 ตัวหนีบผ้าไว้ มันถูกซักและเก็บมาจากราวผ้าโดยผีมือของตาของเราเอง วันนี้ตามาเป็นแขกรับเชิญในการซักผ้า เพราะยายไปทำบุญที่อยุธยา
เรานั่งลงข้างๆ กองผ้า สังเกตเห็นว่า ไม้แขวนของตาหันหัวไม้แขวนไปทางซ้าย แต่ถ้าเป็นยายจะหันหัวไม้แขวนไปทางขวา ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา(แต่สลับกัน) ตาหนีบผ้าสูงๆ ต่ำๆ ไม่เท่ากัน แต่ยายจะหนีบข้างเดียวกันเป็นระเบียบ ตาตากผ้าแนวศิลปินมาดเซอร์ แต่ยายตากผ้าแนวคุณหนูเจ้าระเบียบ ไม่น่าเชื่อว่าภาพไม้แขวนที่ยอมให้ไม้หนีบมาเกาะบ่า ภาพธรรมดา ธรรมดา ทำให้เรา น้ำ ตา ไหล แล้วพูดในใจว่า จะ มี ใคร ที่ รัก เรา อย่าง นี้ หรือ
เวลาที่ยายกับตา ซักเสื้อผ้าให้ เราจะรู้สึกว่า เสื้อผ้าเราหอม สะอาดที่สุด
เวลาที่ยายกับตา ถูพื้นห้องให้เรา เราจะรู้สึกว่า พื้นห้องสะอาดเอี่ยมอ่อง ไร้ฝุ่นที่สุด
เวลาที่ยายกับตา ทำข้าวกล่องเอาไปกินที่ทำงาน เราจะรู้สึกว่ามันเป็นข้าวที่นุ่มที่สุด และเป็นกับข้าวที่อร่อยที่สุด
เวลาที่ยายกับตา คุยกับเรา เราจะรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่สนุกที่สุด(เราชอบสังเกตเวลาที่เขาคุยและทำท่าทาง)
เวลาที่ยายกับตา บ่นลูกหลาน เราจะรู้สึกว่ามันตลกที่สุด
เวลาที่ยายกับตา ให้พร(ตอนที่เราให้ตังค์) เราจะรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่ประเสริฐที่สุด
เวลาที่ยายกับตา ทำหน้าเศร้า เราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด
เวลาที่ยายกับตา หัวเราะ เราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด
ความรักอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้บนไม้แขวนเสื้อ